กล่องกระดาษลูกฟูก 3 ชั้น vs 5 ชั้น ต่างกันยังไง และควรเลือกแบบไหน?

ถ้าเคยสั่งซื้อกล่องกระดาษลูกฟูก คงเคยเจอคำว่า "3 ชั้น" หรือ "5 ชั้น" แน่นอน แต่หลายคนยังไม่ชัดเจนว่ามันต่างกันอย่างไร และตัวเองควรเลือกแบบไหน บางคนเลือกกล่อง 5 ชั้นทุกอย่างเพราะคิดว่าดีกว่าเสมอ บางคนเลือก 3 ชั้นทุกอย่างเพราะราคาถูกกว่า ทั้งสองวิธีนี้อาจทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น หรือเกิดปัญหาสินค้าเสียหายได้

บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างจากโครงสร้างจริง พร้อมแนะนำว่าสินค้าแบบไหนควรใช้กล่องกี่ชั้น


โครงสร้างกล่องลูกฟูก 3 ชั้น (Single Wall Corrugated)

กล่องลูกฟูก 3 ชั้นประกอบด้วย:

  1. กระดาษผิวนอก (Liner) — ชั้นนอกสุด รับแรงกระแทกจากภายนอก
  2. กระดาษลอน (Fluting/Medium) — ลอนคลื่นอยู่ตรงกลาง ช่วยรับแรงอัดและกันกระแทก
  3. กระดาษผิวใน (Liner) — ชั้นในสุด รองรับสินค้า

ความหนาโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 3–4 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา ราคาถูกกว่ากล่อง 5 ชั้นประมาณ 30–40% และเพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่


โครงสร้างกล่องลูกฟูก 5 ชั้น (Double Wall Corrugated)

กล่องลูกฟูก 5 ชั้นประกอบด้วย:

  1. กระดาษผิวนอก (Liner)
  2. กระดาษลอนชั้นแรก (Fluting)
  3. กระดาษผิวกลาง (Liner) — นี่คือความแตกต่างหลัก มีชั้นกระดาษผิวเพิ่มตรงกลาง
  4. กระดาษลอนชั้นสอง (Fluting)
  5. กระดาษผิวใน (Liner)

ความหนาโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 6–7 มิลลิเมตร แข็งแรงกว่ากล่อง 3 ชั้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่แรงอัดจากด้านข้างและแรงกดจากด้านบน


เปรียบเทียบตรงๆ: 3 ชั้น vs 5 ชั้น

หัวข้อ กล่อง 3 ชั้น กล่อง 5 ชั้น
ความหนา ~3–4 มม. ~6–7 มม.
น้ำหนักรับได้ (ไม่ซ้อนทับ) ไม่เกิน 15 กก. ได้ถึง 30 กก. ขึ้นไป
ความทนทานต่อแรงกดจากบน ปานกลาง สูงมาก
ราคาต่อใบ ถูกกว่า แพงกว่า ~30–40%
น้ำหนักกล่อง เบากว่า หนักกว่า (ส่งผลต่อค่าขนส่ง)
เหมาะกับการซ้อนทับในโกดัง ไม่แนะนำ เหมาะมาก
งานส่งออกต่างประเทศ ไม่แนะนำ แนะนำ

กล่อง 3 ชั้น เหมาะกับงานแบบไหน?

กล่อง 3 ชั้นเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับงานดังต่อไปนี้:

  • ร้านค้าออนไลน์ทั่วไป ที่ส่งสินค้าน้ำหนักเบา เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหารเสริม
  • กล่องไปรษณีย์ ขนาดเบอร์ต่างๆ สำหรับส่ง Kerry, Flash, J&T
  • กล่องเก็บเอกสาร ในสำนักงาน ที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก
  • บรรจุภัณฑ์ชั้นใน สำหรับใส่สินค้าที่มีกล่องนอกอีกชั้น
  • สินค้าที่ส่งถึงมือลูกค้าทันที ไม่ผ่านการขนถ่ายหลายรอบ

กล่อง 5 ชั้น เหมาะกับงานแบบไหน?

กล่อง 5 ชั้นคุ้มค่าเมื่อสินค้าต้องการการปกป้องสูงขึ้น:

  • สินค้าหนักเกิน 15 กิโลกรัม เช่น เครื่องจักรชิ้นเล็ก ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
  • สินค้าบอบแบบ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แก้ว เซรามิก กระจก
  • งานส่งออกต่างประเทศ ที่ต้องผ่านการขนถ่ายหลายครั้งและระยะทางไกล
  • สินค้าที่วางซ้อนกันในโกดัง หรือต้องรับน้ำหนักจากกล่องที่วางทับ
  • สินค้ามูลค่าสูง ที่ถ้าเสียหายแล้วต้นทุนสูงกว่าราคากล่องมาก
  • กล่องใส่ผลไม้หรืออาหาร ที่ต้องทนความชื้นในระหว่างขนส่ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: กล่อง 5 ชั้นดีกว่า 3 ชั้นเสมอไปไหม?

ไม่เสมอไป กล่อง 5 ชั้นแข็งแรงกว่าและหนักกว่า ถ้าใช้กับสินค้าเบา ค่าขนส่งจะสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น เพราะขนส่งคิดค่าบริการตามน้ำหนักกล่องรวมสินค้าด้วย

Q: กล่อง 3 ชั้นซ้อนทับกันในโกดังได้ไหม?

ได้ แต่จำกัด ถ้าซ้อนทับสูงหลายชั้นหรือสินค้าหนัก กล่อง 3 ชั้นจะยุบตัวได้ แนะนำให้ซ้อนไม่เกิน 3–4 ชั้นสำหรับสินค้าน้ำหนักปกติ

Q: จะรู้ได้ยังไงว่ากล่องที่ซื้อเป็น 3 ชั้นหรือ 5 ชั้น?

ดูที่ขอบกล่อง ถ้าเห็นลอนคลื่น 1 ชั้น = กล่อง 3 ชั้น ถ้าเห็นลอนคลื่น 2 ชั้นโดยมีกระดาษผิวคั่นกลาง = กล่อง 5 ชั้น นอกจากนี้ ความหนาของขอบกล่องก็บ่งบอกได้เช่นกัน

Q: สั่งผลิตตามขนาดที่ต้องการได้ไหม?

ได้เลย ทั้งกล่อง 3 ชั้นและ 5 ชั้น สามารถสั่งผลิตตามขนาดที่กำหนดได้ ทั้งแบบไม่มีพิมพ์และพิมพ์ลายสี มีจำนวนขั้นต่ำในการสั่งผลิตตามแบบ


สรุป: เลือก 3 ชั้น หรือ 5 ชั้น ดูจากนี้เลย

ใช้หลักง่ายๆ ดังนี้:

  • สินค้า น้ำหนักน้อยกว่า 15 กก. ไม่บอบบาง ส่งในประเทศ → เลือก 3 ชั้น
  • สินค้า น้ำหนักมากกว่า 15 กก. หรือบอบบาง หรือส่งออก → เลือก 5 ชั้น
  • ไม่แน่ใจ → โทรปรึกษาโรงงานได้เลย เราช่วยเลือกให้ฟรี

TCM Paperbox มีกล่องลูกฟูกทั้ง 3 ชั้นและ 5 ชั้นพร้อมจำหน่าย ทั้งแบบสำเร็จรูปและสั่งผลิตตามขนาด ติดต่อเราได้ที่ Line @tcmpaperbox หรือโทร 02-172-7101 ทีมงานพร้อมให้คำแนะนำทุกวัน

รับผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกตามแบบของลูกค้า

สนใจกล่องกระดาษ กระดาษลูกฟูก กล่องไปรษณีย์
กล่องลูกฟูกไดคัท กล่องเก็บเอกสาร กล่องขนย้าย

โทร 02-1727101-4 ต่อ 101 หรือ 115